chiang mai car rental
โฆษณา ตำแหน่งนี้ 120pxX120px 350บาท/เดือน
08-10383003

ภาพวิว รูปถ่าย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

Thai Travel Community สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
กันยายน 03, 2010, 07:36:42 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก เว้บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นายเห่ย:พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พิษณุโลก  (อ่าน 716 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 7 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นายเห่ย
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 101



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2009, 12:58:53 am »

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร




วันนี้แอบเอารูปเล็กๆ น้อยๆ มาลงนะครับ
...
พระพุทธชินราช ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท จัดเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศไทยองค์หนึ่ง
ถึงขั้นที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำริให้ชลอมาประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
แต่ทรงรับฟังคำทูลขอร้องของชาวพิษณุโลก ที่ว่าพระพุทธชินราชองค์นี้ เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง
จึงทรงตัดสินพระทัยหล่อ พระพุทธชินราช ขึ้นมาแทน


* Picture-001.jpg (237.1 KB, 1000x737 - ดู 758 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2009, 12:30:10 pm โดย admin » บันทึกการเข้า
นายเห่ย
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 101



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2009, 01:02:03 am »

ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในปีใด
แต่มีการสันนิษฐานโดยอ้างอิงตามพงศาวดารเหนือ คาดว่าน่าจะสร้างพร้อมกับพระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา ในรัชสมัย พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท)
จากนั้นจึงมีการลงรักปิดทององค์พระเป็นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
และได้มีการบูรณะ ลงรักปิดทองอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 และมีการบูรณะครั้งล่าสุดในรัชกาลที่ 9
พระพุทธชินราชนี้เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัย
ลักษณะขององค์พระเส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระขโนงโก่ง พระเนตรประดุจตากวาง พระนาสิกโด่ง
ชายผ้าสังฆาฏิแยกเป็นเขี้ยวตะขาบ นิ้วพระหัตถ์ทั้ง 4 ยาวเสมอกัน อยู่ในลักษณะปางมารวิชัย
ด้านซ้ายและขวาขององค์พระ มียักษ์ 2 ตน คอยปกปักรักษาองค์พระอยู่
อีกทั้งยังมีพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรเป็นอัครสาวกอยู่ด้วย
...
นอกจากนี้แล้วยังมีซุ้มเรือนแก้วที่คาดว่าน่าจะสร้างในสมัยอยุธยาลักษณะเป็นรูปตัวเหรา
ถือเป็นศิลปะที่สวยงามมากอย่าหนึ่ง
พระพุทธชินราชประดิษฐานในวิหารลักษณะเก้าห้อง ซึ่งมีการบูรณะปฏิสังขรณ์มาอย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน
ทำให้องค์พระสวยงามบริบูรณ์อย่างในปัจจุบัน
และในประวัติศาสตร์ยังพบว่ากษัตริย์ในทุกๆสมัยของไทยให้ความเคารพและศรัทธาต่อองค์พระพุทธชินราชมาอย่างต่อเนื่อง ทุกๆพระองค์

  ตำแหน่งที่ตั้งแผนที่(ขออณุญาตินายเห่ยเพิ่มข้อมูลนิดหน่อย โดย admin)





* Picture-004.jpg (239.24 KB, 737x1000 - ดู 658 ครั้ง.)

* Picture-003.jpg (233.77 KB, 1000x737 - ดู 899 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2009, 12:31:05 pm โดย admin » บันทึกการเข้า
นายเห่ย
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 101



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2009, 01:03:53 am »

เก็บบรรยากาศเบาๆ มาฝากนะครับ
ขอบคุณเว็บไทยทราเวลคอมมูนิตี้อีกครั้งครับ


* Picture-002.jpg (244.92 KB, 1000x737 - ดู 616 ครั้ง.)

* Picture-005.jpg (233.45 KB, 1000x737 - ดู 656 ครั้ง.)

* Picture-006.jpg (247.24 KB, 1000x737 - ดู 661 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
นายเห่ย
Global Moderator
Full Member
*****
กระทู้: 101



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2009, 01:05:34 am »

 
ราตรีสวัสดิ์ครับผม


* Picture-007.jpg (224.07 KB, 1000x737 - ดู 613 ครั้ง.)

* Picture-008.jpg (234.56 KB, 737x1000 - ดู 623 ครั้ง.)

* Picture-009.jpg (240.91 KB, 1000x737 - ดู 609 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 602


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2009, 08:32:51 am »

  สวยงามครับ ชอบทุกรูปเลย ผลงานดีมีคุณภาพอีกแล้วครับท่าน น่าไปเค้ารพสักการะ อย่างยิ่งใว้จะหาข้อมูลมาเสริมนะครับ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

 ที่อยู่
92/3 ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อสามัญ    วัดใหญ่, วัดหลวงพ่อใหญ่, วัดพระพุทธชินราช
ประเภท    พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร
นิกาย    เถรวาท มหานิกาย
พระประธาน    พระพุทธชินราช
พระพุทธรูปสำคัญ    พระพุทธชินสีห์, พระศรีศาสดา, พระอัฏฐารส, พระเหลือ
เจ้าอาวาส    พระธรรมเสนานุวัตร (บำรุง ฐานุตฺตโร มากก้อน ป.ธ. 7)
กิจกรรม    งานนมัสการพระพุทธชินราชในวันขึ้น 6 ค่ำ ถึงวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 3

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า "วัดใหญ่" ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธบูชา ริมฝั่งแม่น้ำน่านด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในฐานะสถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรมที่งดงามยิ่ง ถือได้ว่าเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเมืองพิษณุโลก

 ประวัติ
พระพุทธชินราชในปัจจุบัน

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย และเป็นพระอารามหลวงมาแต่เดิม เพราะได้พบหลักฐานศิลาจารึกสุโขทัยมีความว่า พ่อขุนศรีนาวนำถมทรงสร้างพระทันตธาตุสุคนธเจดีย์ ...

ส่วนในพงศาวดารเหนือกล่าวไว้ว่า " ในราวพุทธศักราช ๑๙๐๐ พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก (พระมหาธรรมราชาลิไท) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงสุโขทัย ทรงมีศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังได้ทรงศึกษาพระไตรปิฎกและคัมภีร์ศาสนาอื่น ๆ จนช่ำชองแตกฉาน หาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยาก พระองค์ได้ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ในฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน มีพระปรางค์อยู่กลาง มีพระวิหาร ๔ ทิศ มีพระระเบียง ๒ ชั้น และทรงรับสั่งให้ปั้นหุ่นหล่อพระพุทธรูปขึ้น ๓ องค์ เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในพระวิหารทั้ง ๓ หลัง"

ต่อมาเมื่อ ปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เมื่อ พ.ศ. 2458 ปัจจุบันจึงมีชื่อเต็มว่า วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

พระวิหารหลวงประดิษฐานพระพุทธชินราช

 ภายในพระวิหารหลวง

พระวิหารพระพุทธชินราช เป็นวิหารทรงโรง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช ซึ่งนับถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดองค์หนึ่งในโลก ตัวพระวิหารสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย และได้รับการบูรณะให้มีสภาพดีมาตลอดจนถึงสมัยปัจจุบัน พระวิหารหลังนี้จึงเป็นสถาปัตยกรรมสมัยกรุงสุโขทัยที่มีความสง่างามสมส่วน และยังคงสภาพสมบูรณ์ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
บานประตูมุก

มีบานประตูประดับมุก 2 บานคู่ กว้าง 1 เมตร สูง 4.50 เมตร เป็นบานประตูประดับมุกโบราณที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง ตัวบานประตูมุกสร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2299 สมัยพระเจ้าบรมโกศ และได้ทรงนำบานประตูไม้แกะสลักเดิมไปถวายเป็นบานประตูพระวิหารพระแท่นศิลาอาสน์

ภายในวิหาร ประดิษฐาน พระพุทธชินราช หรือเรียกว่า "หลวงพ่อใหญ่" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย

  พระพุทธชินราช
พระพุทธชินราชก่อนการบูรณะปิดทองในสมัยรัชกาลที่ 5

พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัยตอนปลาย หน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว สูง 7 ศอก หล่อในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) ซึ่งได้สร้างพระพุทธชินราช พร้อมกับพระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา ฐานชุกชีปั๊มเป็นรูปบัวคว่ำบัวหงาย เดิมไม่ได้ลงรักปิดทอง ได้มีการปิดทองครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ คราวเสด็จพระราชดำเนินมานมัสการพระพุทธชินราช เมื่อปี พ.ศ. 2146

พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปองค์ประธานของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศไทย เส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระขนงโก่ง พระเกตุมาลาเป็นรูปเปลวเพลิง มีลักษณะพิเศษเรียกว่าทีฆงคุลี คือที่ปลายนิ้วพระหัตถ์ทั้งสี่นิ้วยาวเสมอกัน ซุ้มเรือนแก้วทำด้วยไม้แกะสลักสร้างในสมัยอยุธยา แกะสลักเป็นรูปมกร (ลำตัวคล้ายมังกรแต่มีงวงคล้ายช้าง) อยู่ตรงปลายซุ้ม และมีลำตัวเหรา (คล้ายจรเข้) อยู่ตรงกลางซุ้ม มีเทพอสุราปกป้องพระองค์อยู่สองตน คือ ท้าวเวสสุวัณ และอารวกยักษ์

ในตำนานการสร้างพระพุทธชินราชกล่าวว่า พระพุทธชินราชสร้างในสมัยพระศรีธรรมไตรปิฎก (พระยาลิไท) ได้สร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา โดยใช้ช่างจากเมืองศรีสัชนาลัย และเมืองหริภุญชัย ในการเททองปรากฏว่าหล่อได้สำเร็จเพียงสององค์ ส่วนพระพุทธชินราชทองแล่นไม่ตลอด ต้องทำพิมพ์หล่อใหม่ถึงสามครั้ง ครั้งสุดท้ายพระอินทร์ได้แปลงกายเป็นชีปะขาวมาช่วยเททองหล่อ เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้นสองค่ำ เดือนหก ปีมะเส็ง นพศก จุลศักราช 319 จึงหล่อได้สำเร็จบริบูรณ์

ปัจจุบันพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดาได้ถูกอันเชิญไปประดิษฐานที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ทางวัดจึงได้หล่อองค์จำลองขึ้นแทน

หลังจากสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดาแล้ว พระยาลิไทรับสั่งให้ช่างนำเศษทองสัมฤทธิ์ที่เหลือนำมารวมกันหล่อพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดเล็ก หน้าตัก กว้าง 1 ศอกเศษ เรียกชื่อพระพุทธรูปนี้ว่า “พระเหลือ”เศษทองยังเหลืออยู่อีกจึงได้หล่อพระสาวกยืนอยู่ 2 องค์ ส่วนอิฐที่ก่อเตาสำหรับหลอมทองในการหล่อพระพุทธรูป นำมารวมกันบนชุกชี (ฐานชุกชี) พร้อมกับปลูกต้นมหาโพธิ์ 3 ต้นลงบนชุกชี เรียกว่า โพธิ์สามเส้า ระหว่างต้นโพธิ์ได้สร้างวิหารน้อยขึ้นมา 1 หลัง อัญเชิญพระเหลือกับสาวกเข้าไปประดิษฐานอยู่ เรียกว่า พระเหลือ [1]

 พระปรางค์ประธาน

องค์พระปรางค์ตั้งอยู่ ณ ศูนย์กลางของวัด เป็นพระปรางค์ประธาน และเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของวัด การก่อสร้างพระปรางค์ของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) ได้ทำตามคตินิยมของหัวเมืองราชธานี ของอาณาจักรสุโขทัยในสมัยนั้น คือประสงค์ให้พระปรางค์เป็นหลักเป็นประธานของวัด และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ รูปแบบของพระปรางค์เมื่อเริ่มสร้างสันนิษฐานว่า เป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูม โดยสร้างครอบพระสถูปเจดีย์ที่สร้างในรัชสมัยของพ่อขุนศรีนาวนำถม เมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถขึ้นไป ครองราชย์ที่เมืองพิษณุโลก ได้โปรดให้บูรณะพระปรางค์โดยดัดแปลงพระเจดีย์ ได้ให้เป็นรูปแบบพระปรางค์แบบขอมตามพระราชนิยมในสมัยกรุงศรีอยุธยา


 องค์พระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารในอดีต

 พระวิหารพระเจ้าเข้านิพพาน

วิหารพระเจ้าเข้านิพพาน เป็นวิหารขนาดกลางตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวิหารพระพุทธชินราชนอกเขตระเบียงคต ภายในประดิษฐานหีบปิดทอง(สมมุติ)บรรจุพระบรมศพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำด้วยศิลาตั้ง อยู่บนจิตรากาธานประดับด้วยลวดลายลงรักปิดทองร่องกระจกสวยงาม ที่ปลายหีบมีพระบาททั้งสองยื่นออกมา และบริเวณด้านหน้า หรือด้านท้าย หีบพระบรมศพ มีพระมหากัสสปะเถระ นั่งนมัสการพระบรมศพ ซึ่งนับว่าเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญของวัดพระศรีรัตนมหาวรวิหาร โดยผู้สร้างถือคติว่าเป็นการจำลองสังเวชนียสถานของพระพุทธเจ้า คาดว่ามีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

 พระวิหารพระอัฏฐารส

บริเวณหลังวิหารพระพุทธชินราช มีพระอัฏฐารส ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติสูง 18 ศอก (ประมาณ 10 เมตร) สร้างในสมัยเดียวกับพระพุทธชินราช ในราว พ.ศ. 1800 เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารใหญ่แต่วิหารได้พังไปจนหมด เหลือเพียงเสาที่ก่อด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ 3 – 4 ต้น และเนินพระวิหารบางส่วน เรียกว่า “เนินวิหารเก้าห้อง” ในปัจจุบันกรมศิลปากรได้ทำการบูรณะขุดแต่งทางโบราณคดีในบริเวณที่เรียกว่า “เนินวิหารเก้าห้อง” ซึ่งขุดพบฐานพระวิหารเดิมและพระพุทธรูปวัตถุโบราณจำนวนหนึ่ง

  เว้บไซต์วัด
โค๊ด:
http://www.watyai.com
ี่
แหล่งที่มา
โค๊ด:
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3#.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.A7.E0.B8.B4.E0.B8.AB.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B8.AB.E0.B8.A5.E0.B8.A7.E0.B8.87.E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.94.E0.B8.B4.E0.B8.A9.E0.B8.90.E0.B8.B2.E0.B8.99.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.9E.E0.B8.B8.E0.B8.97.E0.B8.98.E0.B8.8A.E0.B8.B4.E0.B8.99.E0.B8.A3.E0.B8.B2.E0.B8.8A
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2009, 12:39:22 pm โดย admin » บันทึกการเข้า

kunihero
Newbie
*
กระทู้: 17


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2009, 10:01:58 am »

กีสสสสสสสสส ไม่อยากจะคุยว่าเราเป็นเด็กวัดใหญ่มาก่อน
ห้าๆๆ เคยเรียนที่รร.พุทธชินราชพิทยาด้วยแหละ ม.1-ม.6เลย
อิอิ อยากไปพิโลกอีกจังเลย มีทริปอีกมะไหร่บอกนะจ๊ะ
เดียวจะไปโตย เอ้อ ข้างๆพระพุทธชินราชด้านซ้ายมือ
มีพระนเรศวรให้เรากข้าไปกราบไหว้ด้วยนะจ๊ะ  โอ๊ยๆอยากไปพิโลก
บันทึกการเข้า
kunihero
Newbie
*
กระทู้: 17


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2009, 10:05:38 am »

  รูปคุณลุง3ล้อถ่ายตรงประตูข้างวัดแน่ๆ อิอิ
บันทึกการเข้า
Chilala
Newbie
*
กระทู้: 6



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2009, 01:35:02 pm »

ฝีมือถ่ายรูปเด็ดมากครับ 
บันทึกการเข้า

ภาษาHi5 ภาษาMSN ภาษาเพลง ภาษาควาย ภาษาไทย ภาษาคน..!!

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF